Plan vs Plan EP.2 : 2 ห้องนอน 53 – 54 ตร.ม. คู่นี้ต่างกันกี่โมง!! (แต่จริง ๆ แล้ว ต่างกันอยู่นะ)

Plan vs Plan ตอนนี้มาแปลกหน่อยครับ เอา Unit Plan ที่แทบจะดูเหมือนกัน แต่จริง ๆ มีรายละเอียดบางอย่างที่น่าศึกษา และเชื่อว่าผู้อ่านทุกท่าน อาจจะได้ประโยชน์ไม่มากก็น้อยในตอนนี้ครับ

ทั้งสองแปลนนี้เป็นห้องที่อยู่ในโครงการเดียวกัน คือโครงการ Supalai Loft ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์ โดยปกติการออกแบบภายใน Floor Plan ของ Supalai มักจะเพิ่มพื้นที่ขายของตึกในทิศที่เป็นจุดขายให้มากกว่า

สูตรสำเร็จของ Supalai มักจะมองว่าทิศตะวันออกดีกว่าทิศตะวันตก จึงทำห้องทิศตะวันออกมาเป็นห้องตอนลึกสุดใจ เพื่อเพิ่มพื้นที่ขายให้ได้มากที่สุด และห้องแปลนทิศตะวันตก อาจจะวางเป็นห้องที่ไม่ได้ลึกมาก

เช่น 2 โครงการ Supalai Loft ภาษีเจริญ และ Supalai Premier สามเสน ราชวัตร ซึ่งเป็นโครงการตัวอย่างที่ค่อนข้างชัดเจนในการศึกษา Floor Plan

รูป Floor Plan โครงการ Supalai Loft ภาษีเจริญ และ Supalai Premier สามเสน ตามลำดับ

ซึ่งจะสังเกตว่า จะมีทิศอีกฝั่งที่วางเป็นห้องตอนลึกกว่าอย่างเห็นได้ชัดเจน

แต่สำหรับโครงการนี้

ทิศตะวันออก เป็นอีกหนึ่งวิวทิศจุดขาย เพราะเป็นวิวเมือง แต่มีข้อกังวลคือมีตึก IDEO อยู่ฝั่งตรงข้ามของถนน ซึ่งถือว่าทำให้สูญเสียคุณภาพวิวไประดับนึง ซึ่งทางศุภาลัยเลือกวางมาเป็น 53 ตร.ม.

ทิศตะวันตก จะเป็นวิวแนวราบธรรมดา ซึ่งถือว่าไม่มีจุดเด่นด้านวิว แต่จะได้เรื่องความโล่ง ซึ่งทางศุภาลัยเลือกวางมาเป็น 54 ตร.ม.

จะสังเกตว่าผิดหลักสูตรสำเร็จของทางศุภาลัย อาจจะเป็นไปได้ว่า ตึกนี้ทางศุภาลัยเลือกที่จะวาง Balance กันระหว่าง 2 ทิศ ซึ่งมีข้อดีคือ หากทิศใดทิศหนึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีกว่า สามารถใช้หลักการตั้งราคาแบบ Dynamic Price แทนการผลักดันพื้นที่ขาย ซึ่งมีความเสี่ยงมากกว่า หากขายทิศที่เพิ่มพื้นที่ขายมากขึ้น แต่ไม่สามารถขายออกได้

มาเริ่มวิเคราะห์แปลนห้องกันเลยครับ

รูป Unit Plan แบบใส่ตาราง โดยระยะทุกอย่างเป็นระยะที่กะด้วยสายตา

  • พยายามทำขนาดห้องให้เท่ากัน โดยเทียบจากขนาดห้องครัว และขนาดห้องน้ำ
  • ตาราง 1 ช่อง ความกว้างใกล้เคียงกับประตูทางเข้าห้อง
  • จากรูปเมื่อสังเกตช่องตารางแล้ว จะพบว่าแปลนซ้าย 53 ตรม. มีความกว้าง Living ที่มากกว่าชัดเจน

1. First Impression (ห้องนั่งเล่น)

เมื่อเปิดประตูเข้ามาก็จะพบกับครัวปิดเหมือนกันในทั้ง 2 ห้อง ซึ่งครัวมีขนาดที่ค่อนข้างแคบเหมือนกัน อาจจะไม่สามารถใช้ทำครัวหนัก ๆ ได้

เดินต่อเข้ามาในส่วนของห้องนั่งเล่น

  • แปลนซ้าย จะสามารถเดินได้อย่างสะดวก ตรงไปที่โซฟา หรือห้องนอนได้เลย
  • แปลนขวา จะโดนโต๊ะทานข้าวขวางทางเดินบ้างเล็กน้อย แต่ด้วยความที่ห้องมีขนาดใหญ่กว่า (ตอนลึกกว่า) ก็ทำให้สามารถเดินเฉียงตัวเพื่อไปที่โซนอื่นได้อย่างไม่ยากนัก

ความรู้สึกเวลาอยู่อาศัยภายในห้องนั่งเล่น

  • แปลนซ้าย จะมีขนาดห้องนั่งเล่นที่กว้างกว่า และตื้นกว่า
  • แปลนขวา จะมีขนาดห้องนั่งเล่นที่แคบกว่า และลึกกว่า

ซึ่งความรู้สึก แน่นอนว่าความกว้างที่กว้างเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย จะรู้สึกดีกว่ามาก ๆ แม้ว่าขาดช่องแสงจะเท่ากันก็ตาม จากการประเมินแบบคาดเดา อาจจะกว้างกว่าถึง 20cm

การใช้ประโยชน์จากพื้นที่ภายในห้องนั่งเล่น

ห้องที่มีประตูเยอะ ๆ จะทำให้การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ภายในห้อง ทำได้ยากมากขึ้น สำหรับแปลนคู่นี้ จะสังเกตว่า แปลนซ้าย ประตูห้องน้ำจะเข้าทางห้องครัว และแปลนขวา จะเข้าทางห้องนั่งเล่น ทำให้ตรงบริเวณทางเข้าห้องนั่งเล่นเกือบ ๆ เป็นกึ่ง Void Space ที่ไม่สามารถใช้ได้จริง เพราะต้องใช้เป็นทางเดินผ่านไปฟังก์ชั่นอื่น ๆ

กลับกันห้องแปลนซ้าย ที่เป็นผนังทึบ หากวางโต๊ะทานข้าวที่ไม่ใหญ่มากนัก อาจจะบิ้วอินตู้วางของเล็ก ๆ ใช้ประโยชน์เพิ่มเติมได้อีกนิดนึง

จากภาพดังกล่าว วงกลมสีแดงแสดงให้เห็นถึงสาเหตุที่ห้อง 53 ตร.ม. มีความกว้าง Living มากกว่าแปลน 54 ตร.ม.

2. ห้องน้ำ

ทั้ง 2 ห้อง จะไม่มีห้องไหนเลยที่มีฟังก์ชั่นห้องน้ำในห้องนอน ซึ่งก็ถือว่าเป็นแปลนที่ไม่ค่อยดีในการตอบโจทย์การอยู่อาศัยเป็นครอบครัวแบบจริง ๆ จัง ๆ เพราะคนที่มีกำลังจ่ายเงินซื้อห้อง 2 Bedroom ผมว่าทุกคนคาดหวังอย่างน้อยคือ ต้องมีห้องน้ำในห้อง Master Bedroom และอาจจะใช้เป็นประตูเข้าจากสองทาง เพื่อรองรับการใช้งานจากห้องนอนเล็กด้วย (แต่ถ้าดีที่สุด คือเป็น 2 Bed 2 Bath จะเป็นตัวจบเลยครับ)

แต่แปลนที่เรามาเทียบกันในบทความนี้ ล้วนแล้วเป็นห้องน้ำภายนอกห้องนอนทั้งสิ้น แต่จะมีรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ คือ ประตูทางเข้าห้องน้ำ เชื่อมต่อกันคนละฝั่งครับ

แปลนซ้าย ประตูห้องน้ำเข้าทางห้องครัว

ข้อดี

  • ทำให้ห้องนั่งเล่นไม่มีประตูเยอะจนเกินไป สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้หลากหลายแบบ

ข้อสังเกต

  • เปิดปิดประตูหลายครั้ง หากต้องลุกมาเข้าห้องน้ำตอนกลางคืน
  • ความรู้สึกทางด้านสุขอนามัย ที่ห้องน้ำอยู่ใกล้กับพื้นที่ทำอาหารมากเกินไป (แต่ส่วนตัวผม รู้สึกว่า mid segment เจอแปลนแบบนี้เป็นเรื่องปกติครับ)
  • กลิ่นไม่พึงประสงค์หลังจากเสร็จภารกิจอาจหลุดมาภายในห้องครัวด้วย แต่ก็มีบานเลื่อนกั้นกลิ่นไปยังห้องนั่งเล่น

แปลนขวา ประตูห้องน้ำเข้าทางห้องนั่งเล่น

ข้อดี

  • การเข้าห้องน้ำทำได้สะดวกมากขึ้น (นิดเดียว)

ข้อสังเกต

  • กลิ่นไม่พึงประสงค์หลังจากเสร็จภารกิจอาจหลุดมาที่ห้องนั่งเล่น ซึ่งส่วนตัวผมมองว่าร้ายแรงกว่าออกมาที่ห้องครัว เพราะฟังก์ชั่นห้องนั่งเล่น เป็นพื้นที่ที่คนในครอบครัวอาจจะใช้เวลาร่วมกันมากที่สุด
  • นอกจากเรื่องกลิ่น ก็จะมีเรื่องเสียง ซึ่งทำให้ไม่มีความเป็นส่วนตัว หรือหากชวนเพื่อนมาเที่ยวห้อง แล้วเพื่อนท้องเสีย เราอาจจะมีเรื่องฮา ๆ ไปเล่าในวงเหล้าต่อ (อันนี้เป็นข้อดีใช่ไหมนะ)

3. ห้องนอนเล็ก

จะสังเกตว่าห้องนอนเล็ก จะมีผนังด้านหนึ่งที่ติดกับห้องครัว (แปลนซ้าย) และติดกับห้องน้ำ (แปลนขวา) ซึ่งสำหรับคนอยู่คอนโดจะทราบกันดีว่า เมื่อมีการใช้งานทั้งสองฟังก์ชั่นนี้ จะมีเสียงที่สั่นสะเทือนไปยังผนังอีกฝั่งเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเสียงจากซิงค์ล้างจาน หรือเสียงท่อน้ำจากงานระบบต่าง ๆ ภายในห้องน้ำ

ซึ่งถ้าผนังห้องนอนติดกับห้องครัว เรายังตกลงกับคนในบ้านได้ ว่านอนแล้ว อย่าล้างจานนะ

แต่เราคงไม่สามารถห้ามคนในบ้านมาเข้าห้องน้ำตอนดึก ๆ ได้

4. ห้อง Master-Bedroom

ทั้งสองห้องมีขนาดที่ค่อนข้างใกล้เคียงกันมาก จนแทบไม่มีความแตกต่างครับ

สรุปโดยรวม

ถ้ามองในเชิงการอยู่อาศัยจริง

  • แปลน 53 ตร.ม. (ซ้าย) จะได้เปรียบในเรื่อง คุณภาพพื้นที่ห้องนั่งเล่น และความยืดหยุ่นในการจัดเฟอร์นิเจอร์
  • แปลน 54 ตร.ม. (ขวา) ได้พื้นที่เพิ่มเล็กน้อย แต่ไม่ได้เปลี่ยนคุณภาพการใช้งานมากนัก

ดังนั้น แม้ตัวเลขพื้นที่ของห้องจะต่างกันเพียง 1 ตารางเมตร แต่รายละเอียดเล็ก ๆ ของการจัดผังสามารถทำให้ ประสบการณ์การใช้งานจริงต่างกันได้พอสมควร

และนี่ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ทำให้เห็นว่า

“การดูคอนโด ไม่ควรดูแค่ขนาดพื้นที่ แต่ควรดู “วิธีใช้พื้นที่” ใน Unit Plan ด้วย”

เพราะบางครั้ง ห้องที่เล็กกว่าเล็กน้อย อาจอยู่ง่ายกว่าห้องที่ใหญ่กว่า ก็เป็นได้ครับ.

สุดท้าย ฝาก Plan vs Plan The Series ของเพจนักยืมคอนโดไว้ด้วยนะครับ จะมีมาให้ชมกันเรื่อย ๆ แน่นอนครับ