ขอออกตัวก่อนว่า ผู้เขียนไม่ใช่วิศวกรโยธา แต่เนื่องจากเป็นกรรมการคอนโด 2 แห่ง จึงได้เข้าร่วมเดินสำรวจโครงการกับทางวิศวกรอาสาจากกรมโยธา และจาก Developer และข้อมูลที่อยู่ในบทความนี้ เป็นข้อเท็จจริงจากวิศวกรที่ผู้เขียนได้พูดคุย จากบทความต่าง ๆ และทางผู้เขียนได้ส่งให้วิศวกรโยธาตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง ก่อนโพสลงสื่อสาธารณะครับ
ก่อนอื่นขอขอบคุณทั้งกรมโยธา วิศวกรอาสา กทม. และ Developer ที่มีมาตรการช่วยเหลือ รวมถึงการทำงานจริงก็ถือว่าตรวจละเอียดระดับหนึ่ง ส่วนตัวผู้เขียนมองว่ามั่นใจที่จะกลับเข้าไปอยู่ได้อย่างปลอดภัย หากมีการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาแล้ว เช่น กรมโยธา จะมีแจ้งกับทางนิติบุคคล ว่าสถานะโครงการคุณ เป็นอย่างไร
สีเขียว คือ อาคารมีความปลอดภัย
สีเหลือง คือ พบความเสียหายบางส่วนแต่ยังสามารถใช้งานได้
สีแดง คือ มีความเสียหาย
หากให้สรุปสั้น ๆ ว่าปลอดภัย ไม่ปลอดภัย ดูที่ตรงไหน คำตอบคือดูที่เสาโครงสร้างล้วน ๆ ครับ
เสาโครงสร้าง ปราศจากรอยร้าว คือปลอดภัย
ผนังก่อ หรือผนังกั้นระหว่างห้อง ที่ไม่ได้มีหน้าที่รับแรงอะไร ร้าว เป็นเรื่องปกติที่สามารถพบเจอได้ แก้ไขปัญหาได้ไม่ยาก

สาเหตุที่เกิดรอยร้าวกับผนังก่อ เพราะ เมื่อเกิดแผ่นดินไหว อาคารที่ออกแบบมาให้มีความเหนียว (สามารถโยกไปมาได้) จะเกิดการเคลื่อนตัว ดังนั้น เสาโครงสร้างที่แข็งกว่า เมื่อเชื่อมกับผนังก่อที่อ่อนแอกว่ามาก ๆ จึงไม่แปลกที่ผนังก่อจะเกิดความเสียหาย ดังนั้นหากลูกบ้านพบปัญหาที่เกิดจากเสาโครงสร้าง ควรแจ้งนิติบุคคลให้เร็วที่สุด
โดยการตรวจสอบอาคาร จะเน้นไปยังจุดสำคัญที่หากอาคารเกิดปัญหาขึ้น มักจะเกิดบริเวณดังกล่าวก่อน หากเรียบร้อยดี จึงค่อยไปตรวจสอบจุดที่สำคัญรองลงมา เนื่องจากหากจุดสำคัญไม่เกิดความเสียหาย จุดรองลงมาก็มักจะไม่ได้รับความเสียหายไปด้วย เป็นเพราะ เสาจุดรองจะได้รับแรงกระทำน้อยกว่า โดยจุดสำคัญที่เน้นตรวจสอบ มีดังนี้

เสาโครงสร้างบริเวณปลายตึก (หากปลายตึกไม่มีความเสียหาย ตามทฤษฎี ต้นตรงกลาง มักจะไม่มีความเสียหายเช่นกัน เพราะเสาต้นใน จะรับแรงน้อยกว่าจากการเอนตัวของตึก ซึ่งบริเวณปลายตึก มักจะมีบันไดหนีไฟอยู่แล้ว จึงเน้นตรวจสอบไปที่เสาโครงสร้างในบันไดหนีไฟ ซึ่งเป็นตึกที่ตรวจสอบได้ง่ายที่สุด
ปล่องลิฟท์ ดูจากด้านนอกหากไม่มีรอยร้าวใด ๆ ก็ถือว่าปลอดภัย ในส่วนของภายใน หากลิฟท์ใช้งานปกติ โดยแนวโน้มก็จะไม่มีอะไรน่ากังวล (สามารถให้บริษัทลิฟท์ช่วยตรวจสอบเพิ่มเติมได้)
- จุดรอยต่อที่มีการเปลี่ยนขนาดเสา เช่น จากชั้นจอดรถ เปลี่ยนไปเป็นชั้นพักอาศัย
- เสาโครงสร้างต่าง ๆ บริเวณชั้นกลาง ๆ ตึก ที่จะมีการบิดตัวมากกว่าชั้นล่าง ๆ หรือชั้นบน ๆ
- จุดอื่น ๆ ที่อาจจะมีประเด็น เช่น ตึกที่มีทางเชื่อมระหว่างตึก แทงค์น้ำ และอื่น ๆ


ข้อควรรู้อื่น ๆ ผมขอเขียนในรูปแบบ Q/A เพื่อให้กระชับ และเข้าใจง่ายครับ
ถาม : เสาโครงสร้างสังเกตอย่างไร
ตอบ : เบื้องต้นสามารถดูได้จาก Floor Plan จะมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมสีดำ หนา ๆ หากลูกบ้านพบเจอปัญหาร้าวในเสาโครงสร้างดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนกลาง หรือภายในห้องชุด ให้รีบแจ้งนิติบุคคลอาคารชุดทันที

ถาม : ทำไมบันไดหนีไฟจึงเสียหายมากกว่าปกติ
ตอบ : บันไดหนีไฟ เราอาจจะเข้าใจว่าเป็นปล่องสี่เหลี่ยมทั้งหมดนั้นเป็นเสาโครงสร้างทั้งหมด แต่ในความเป็นจริง ๆ หลาย ๆ โครงการจะมีส่วนประกอบของผนังก่อด้วย และด้วยความแข็งแรงที่ไม่เท่ากัน คือเสาโครงสร้างแข็งแรงกว่ามาก ๆ และผนังก่อที่ไม่ได้น้ำหนักอะไรจะอ่อนแอกว่า พอเกิดการบิดตัวของอาคาร จึงพบว่าผนังก่อ ร้าวมากกว่าจุดอื่นเป็นพิเศษ

ถาม : ชั้นกลาง ๆ ของตึก จะได้รับความเสียหายมากกว่าชั้นล่าง หรือชั้นบน จริงหรือไม่
ตอบ : จริง เนื่องจากการออกแบบตึกสมัยใหม่ จะมีการออกแบบให้มีความเหนียว จึงสามารถเอนตัวได้ ดังนั้นเมื่อเกิดการเอนตัว บริเวณชั้นกลาง ๆ ก็จะมีการเคลื่อนตัวมากกว่าชั้นล่าง และบน และนี่เป็นอีก 1 สาเหตุที่ทำไมวิศวกรถึงตรวจสอบโครงสร้างหลักที่ชั้นกลาง ๆ มากกว่าจุดอื่น
ถาม : ตึกทรงแปลก ๆ ทำไมถึงเสียหายมากกว่าปกติ
ตอบ : ตึกทรงธรรมดา ง่าย ๆ เช่น ตึกตัว I จะได้รับแรงกระทำในทิศทางเดียวกัน เวลาตึกโยก จะโยกไปพร้อม ๆ กัน ในขณะที่ตึกตัว L จะเกิดกระทำหลายทาง เสมือนตึกมาขืนกันเองให้โยกน้อยลง ทำให้เกิดแรงบิด ส่งผลให้บริเวณตรงมุมตึกเกิดความเสียหายมากกว่าปกติ

ถาม : ทำไมตึกสูง ถึงได้รับผลกระทบมากกว่าแนวราบ
ตอบ : ลักษณะของแผ่นดินไหวครั้งนี้ มีลักษณะเป็นคาบยาว ทำให้ส่งผลต่ออาคารสูงมากกว่า แนวราบ หรืออาคาร Low Rise
ถาม : อาคารเก่าที่สร้างก่อนมีกฎหมายกำหนดให้อาคารสูง ต้องทนต่อแรงแผ่นดินไหว แข็งแรงกว่า
ตอบ : ตามทฤษฎี อาคารเก่า ๆ จะใช้แนวคิดการออกแบบที่ให้อาคารรับน้ำหนักมากกว่าการใช้งานจริง 2-3 เท่าตัว (เผื่อ Safety Factor ไว้เยอะมาก ๆ) และออกแบบแข็งเกร็ง ส่งผลให้ดูแข็งแรงกว่าจริง แต่ข้อเสียของงานออกแบบประเภทนี้คือ เมื่อถึงจุด critical แล้ว อาคารจะพังทันที ไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า
ในขณะที่อาคารใหม่ ๆ จะมีการคำนวณที่แม่นยำมากขึ้น และออกแบบให้อาคารเหนียว (โยกตัว และดูดซับแรงแผ่นดินไหวได้ และเมื่อมีการโยกตัว ก็ส่งผลให้จุดที่อ่อนแอกว่าโครงสร้าง เช่น ผนังก่อร้าว) ส่งผลให้เกิดรอยร้าวก่อนพัง มีเวลาอพยบ
ถาม : จากข้อที่แล้ว ถ้างั้นตึกเก่าก็ไม่ปลอดภัย ที่ไม่มีรอยร้าวเกิดขึ้น ก็ไม่ปลอดภัยต่อการอยู่อาศัย เพราะตึกไม่ซับแรงจากแผ่นดินไหว
ตอบ : ไม่จริง และปลอดภัยต่อการอยู่อาศัย หากไม่เกิดรอยร้าวใด ๆ ที่โครงสร้างของอาคาร หากไม่มีรอยร้าวใด ๆ เกิดขึ้น โครงสร้างยังคงแข็งแรงเท่าเดิม
ถาม : ทำไมไม่มีอุปกรณ์อะไรมาตรวจสอบเลย
ตอบ : การตรวจสอบด้วยสายตา ถือว่าเพียงพอ เนื่องจากหากไม่มีรอยร้าวที่เสาโครงสร้าง ความแข็งแรงก็ยังคงเท่าเดิม แต่หากไม่สบายใจ โดยปกติทุกอาคารสูง จะมีกฎหมายบังคับให้มีการตรวจสอบอาคารประจำปี สามารถให้นิติบุคคลจัดจ้างผู้ตรวจสอบอาคารมาตรวจสอบเพิ่มเติมได้
ถาม : วิศวกรที่มา เชื่อถือได้ไหม
ตอบ : ณ ปัจจุบันที่มีการเซ็นรับรองความปลอดภัยของอาคารที่ผู้เขียนเห็น จะเห็น **วุฒิวิศวกรโยธา** (วย.) ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดแล้วของวิศวกร ซึ่งคนที่จะไปถึง วย. ได้ ต้องเก่งจริง และมีน้อยมาก ๆ และท่านคงไม่กล้าเซ็นรับรองอะไร หากไม่ปลอดภัยจริง
สุดท้ายเหมือนกับรถยนต์ที่มีอุบัติเหตุรายวัน ชนแล้วเราไม่ได้สนใจว่ายับแค่ไหน แต่สนใจว่าห้องโดยสารสภาพยังอยู่ดีหรือไม่ ช่วยรักษาชีวิตของมนุษย์ได้หรือไม่
ในขณะเดียวกัน คอนโดอาคารสูง เราจะเน้นดูความเสียหายที่โครงสร้างเป็นหลัก งานสถาปัตยเป็นรอง หากเสาโครงสร้างอยู่ดี นั่นหมายความว่า อาคารได้ทำหน้าที่ของมันได้อย่างดีเยี่ยม ในการทนต่อแรงแผ่นดินไหว
