Plan vs Plan ตอนนี้มาแปลกหน่อยครับ เอา Unit Plan ที่แทบจะดูเหมือนกัน แต่จริง ๆ มีรายละเอียดบางอย่างที่น่าศึกษา และเชื่อว่าผู้อ่านทุกท่าน อาจจะได้ประโยชน์ไม่มากก็น้อยในตอนนี้ครับ
ทั้งสองแปลนนี้เป็นห้องที่อยู่ในโครงการเดียวกัน คือโครงการ Supalai Loft ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์ โดยปกติการออกแบบภายใน Floor Plan ของ Supalai มักจะเพิ่มพื้นที่ขายของตึกในทิศที่เป็นจุดขายให้มากกว่า
สูตรสำเร็จของ Supalai มักจะมองว่าทิศตะวันออกดีกว่าทิศตะวันตก จึงทำห้องทิศตะวันออกมาเป็นห้องตอนลึกสุดใจ เพื่อเพิ่มพื้นที่ขายให้ได้มากที่สุด และห้องแปลนทิศตะวันตก อาจจะวางเป็นห้องที่ไม่ได้ลึกมาก
เช่น 2 โครงการ Supalai Loft ภาษีเจริญ และ Supalai Premier สามเสน ราชวัตร ซึ่งเป็นโครงการตัวอย่างที่ค่อนข้างชัดเจนในการศึกษา Floor Plan


รูป Floor Plan โครงการ Supalai Loft ภาษีเจริญ และ Supalai Premier สามเสน ตามลำดับ
ซึ่งจะสังเกตว่า จะมีทิศอีกฝั่งที่วางเป็นห้องตอนลึกกว่าอย่างเห็นได้ชัดเจน
แต่สำหรับโครงการนี้
ทิศตะวันออก เป็นอีกหนึ่งวิวทิศจุดขาย เพราะเป็นวิวเมือง แต่มีข้อกังวลคือมีตึก IDEO อยู่ฝั่งตรงข้ามของถนน ซึ่งถือว่าทำให้สูญเสียคุณภาพวิวไประดับนึง ซึ่งทางศุภาลัยเลือกวางมาเป็น 53 ตร.ม.
ทิศตะวันตก จะเป็นวิวแนวราบธรรมดา ซึ่งถือว่าไม่มีจุดเด่นด้านวิว แต่จะได้เรื่องความโล่ง ซึ่งทางศุภาลัยเลือกวางมาเป็น 54 ตร.ม.
จะสังเกตว่าผิดหลักสูตรสำเร็จของทางศุภาลัย อาจจะเป็นไปได้ว่า ตึกนี้ทางศุภาลัยเลือกที่จะวาง Balance กันระหว่าง 2 ทิศ ซึ่งมีข้อดีคือ หากทิศใดทิศหนึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีกว่า สามารถใช้หลักการตั้งราคาแบบ Dynamic Price แทนการผลักดันพื้นที่ขาย ซึ่งมีความเสี่ยงมากกว่า หากขายทิศที่เพิ่มพื้นที่ขายมากขึ้น แต่ไม่สามารถขายออกได้
มาเริ่มวิเคราะห์แปลนห้องกันเลยครับ

รูป Unit Plan แบบใส่ตาราง โดยระยะทุกอย่างเป็นระยะที่กะด้วยสายตา
- พยายามทำขนาดห้องให้เท่ากัน โดยเทียบจากขนาดห้องครัว และขนาดห้องน้ำ
- ตาราง 1 ช่อง ความกว้างใกล้เคียงกับประตูทางเข้าห้อง
- จากรูปเมื่อสังเกตช่องตารางแล้ว จะพบว่าแปลนซ้าย 53 ตรม. มีความกว้าง Living ที่มากกว่าชัดเจน
1. First Impression (ห้องนั่งเล่น)
เมื่อเปิดประตูเข้ามาก็จะพบกับครัวปิดเหมือนกันในทั้ง 2 ห้อง ซึ่งครัวมีขนาดที่ค่อนข้างแคบเหมือนกัน อาจจะไม่สามารถใช้ทำครัวหนัก ๆ ได้
เดินต่อเข้ามาในส่วนของห้องนั่งเล่น
- แปลนซ้าย จะสามารถเดินได้อย่างสะดวก ตรงไปที่โซฟา หรือห้องนอนได้เลย
- แปลนขวา จะโดนโต๊ะทานข้าวขวางทางเดินบ้างเล็กน้อย แต่ด้วยความที่ห้องมีขนาดใหญ่กว่า (ตอนลึกกว่า) ก็ทำให้สามารถเดินเฉียงตัวเพื่อไปที่โซนอื่นได้อย่างไม่ยากนัก
ความรู้สึกเวลาอยู่อาศัยภายในห้องนั่งเล่น
- แปลนซ้าย จะมีขนาดห้องนั่งเล่นที่กว้างกว่า และตื้นกว่า
- แปลนขวา จะมีขนาดห้องนั่งเล่นที่แคบกว่า และลึกกว่า
ซึ่งความรู้สึก แน่นอนว่าความกว้างที่กว้างเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย จะรู้สึกดีกว่ามาก ๆ แม้ว่าขาดช่องแสงจะเท่ากันก็ตาม จากการประเมินแบบคาดเดา อาจจะกว้างกว่าถึง 20cm
การใช้ประโยชน์จากพื้นที่ภายในห้องนั่งเล่น
ห้องที่มีประตูเยอะ ๆ จะทำให้การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ภายในห้อง ทำได้ยากมากขึ้น สำหรับแปลนคู่นี้ จะสังเกตว่า แปลนซ้าย ประตูห้องน้ำจะเข้าทางห้องครัว และแปลนขวา จะเข้าทางห้องนั่งเล่น ทำให้ตรงบริเวณทางเข้าห้องนั่งเล่นเกือบ ๆ เป็นกึ่ง Void Space ที่ไม่สามารถใช้ได้จริง เพราะต้องใช้เป็นทางเดินผ่านไปฟังก์ชั่นอื่น ๆ
กลับกันห้องแปลนซ้าย ที่เป็นผนังทึบ หากวางโต๊ะทานข้าวที่ไม่ใหญ่มากนัก อาจจะบิ้วอินตู้วางของเล็ก ๆ ใช้ประโยชน์เพิ่มเติมได้อีกนิดนึง

จากภาพดังกล่าว วงกลมสีแดงแสดงให้เห็นถึงสาเหตุที่ห้อง 53 ตร.ม. มีความกว้าง Living มากกว่าแปลน 54 ตร.ม.
2. ห้องน้ำ
ทั้ง 2 ห้อง จะไม่มีห้องไหนเลยที่มีฟังก์ชั่นห้องน้ำในห้องนอน ซึ่งก็ถือว่าเป็นแปลนที่ไม่ค่อยดีในการตอบโจทย์การอยู่อาศัยเป็นครอบครัวแบบจริง ๆ จัง ๆ เพราะคนที่มีกำลังจ่ายเงินซื้อห้อง 2 Bedroom ผมว่าทุกคนคาดหวังอย่างน้อยคือ ต้องมีห้องน้ำในห้อง Master Bedroom และอาจจะใช้เป็นประตูเข้าจากสองทาง เพื่อรองรับการใช้งานจากห้องนอนเล็กด้วย (แต่ถ้าดีที่สุด คือเป็น 2 Bed 2 Bath จะเป็นตัวจบเลยครับ)
แต่แปลนที่เรามาเทียบกันในบทความนี้ ล้วนแล้วเป็นห้องน้ำภายนอกห้องนอนทั้งสิ้น แต่จะมีรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ คือ ประตูทางเข้าห้องน้ำ เชื่อมต่อกันคนละฝั่งครับ
แปลนซ้าย ประตูห้องน้ำเข้าทางห้องครัว
ข้อดี
- ทำให้ห้องนั่งเล่นไม่มีประตูเยอะจนเกินไป สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้หลากหลายแบบ
ข้อสังเกต
- เปิดปิดประตูหลายครั้ง หากต้องลุกมาเข้าห้องน้ำตอนกลางคืน
- ความรู้สึกทางด้านสุขอนามัย ที่ห้องน้ำอยู่ใกล้กับพื้นที่ทำอาหารมากเกินไป (แต่ส่วนตัวผม รู้สึกว่า mid segment เจอแปลนแบบนี้เป็นเรื่องปกติครับ)
- กลิ่นไม่พึงประสงค์หลังจากเสร็จภารกิจอาจหลุดมาภายในห้องครัวด้วย แต่ก็มีบานเลื่อนกั้นกลิ่นไปยังห้องนั่งเล่น
แปลนขวา ประตูห้องน้ำเข้าทางห้องนั่งเล่น
ข้อดี
- การเข้าห้องน้ำทำได้สะดวกมากขึ้น (นิดเดียว)
ข้อสังเกต
- กลิ่นไม่พึงประสงค์หลังจากเสร็จภารกิจอาจหลุดมาที่ห้องนั่งเล่น ซึ่งส่วนตัวผมมองว่าร้ายแรงกว่าออกมาที่ห้องครัว เพราะฟังก์ชั่นห้องนั่งเล่น เป็นพื้นที่ที่คนในครอบครัวอาจจะใช้เวลาร่วมกันมากที่สุด
- นอกจากเรื่องกลิ่น ก็จะมีเรื่องเสียง ซึ่งทำให้ไม่มีความเป็นส่วนตัว หรือหากชวนเพื่อนมาเที่ยวห้อง แล้วเพื่อนท้องเสีย เราอาจจะมีเรื่องฮา ๆ ไปเล่าในวงเหล้าต่อ (อันนี้เป็นข้อดีใช่ไหมนะ)
3. ห้องนอนเล็ก
จะสังเกตว่าห้องนอนเล็ก จะมีผนังด้านหนึ่งที่ติดกับห้องครัว (แปลนซ้าย) และติดกับห้องน้ำ (แปลนขวา) ซึ่งสำหรับคนอยู่คอนโดจะทราบกันดีว่า เมื่อมีการใช้งานทั้งสองฟังก์ชั่นนี้ จะมีเสียงที่สั่นสะเทือนไปยังผนังอีกฝั่งเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเสียงจากซิงค์ล้างจาน หรือเสียงท่อน้ำจากงานระบบต่าง ๆ ภายในห้องน้ำ
ซึ่งถ้าผนังห้องนอนติดกับห้องครัว เรายังตกลงกับคนในบ้านได้ ว่านอนแล้ว อย่าล้างจานนะ
แต่เราคงไม่สามารถห้ามคนในบ้านมาเข้าห้องน้ำตอนดึก ๆ ได้
4. ห้อง Master-Bedroom
ทั้งสองห้องมีขนาดที่ค่อนข้างใกล้เคียงกันมาก จนแทบไม่มีความแตกต่างครับ
สรุปโดยรวม
ถ้ามองในเชิงการอยู่อาศัยจริง
- แปลน 53 ตร.ม. (ซ้าย) จะได้เปรียบในเรื่อง คุณภาพพื้นที่ห้องนั่งเล่น และความยืดหยุ่นในการจัดเฟอร์นิเจอร์
- แปลน 54 ตร.ม. (ขวา) ได้พื้นที่เพิ่มเล็กน้อย แต่ไม่ได้เปลี่ยนคุณภาพการใช้งานมากนัก
ดังนั้น แม้ตัวเลขพื้นที่ของห้องจะต่างกันเพียง 1 ตารางเมตร แต่รายละเอียดเล็ก ๆ ของการจัดผังสามารถทำให้ ประสบการณ์การใช้งานจริงต่างกันได้พอสมควร
และนี่ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ทำให้เห็นว่า
“การดูคอนโด ไม่ควรดูแค่ขนาดพื้นที่ แต่ควรดู “วิธีใช้พื้นที่” ใน Unit Plan ด้วย”
เพราะบางครั้ง ห้องที่เล็กกว่าเล็กน้อย อาจอยู่ง่ายกว่าห้องที่ใหญ่กว่า ก็เป็นได้ครับ.
สุดท้าย ฝาก Plan vs Plan The Series ของเพจนักยืมคอนโดไว้ด้วยนะครับ จะมีมาให้ชมกันเรื่อย ๆ แน่นอนครับ
