(SR) Review Part 2 : ศุภาลัย ลอฟท์ ท่าพระ เจาะลึกวิวทุกทิศ

รีวิว Part 2 นั้น แอดขอระบุเป็น Sponsored Review นะครับ แต่ทุกสิ่งที่เขียนต่อจากนี้เป็นสิ่งที่แอด คิด วิเคราะห์ ออกมาจริง ๆ โดยไม่ได้เขียนอยู่ภายใต้กรอบที่ Developer ชี้นำเลยครับ

ใครยังไม่ได้รับชม EP.1 สามารถกดลิ้งก์ เพื่อไปชมก่อนได้เลยครับ
https://givemecondo.com/review-supalai-loft-thaphra-interchange/

มีคนสอบถามเข้ามากันเยอะมาก “แอด ทิศไหนดี” และใกล้วัน Pre-Sales เข้ามาทุกที ซึ่งคนที่จองไปก่อนหน้าที่จะเปิดสำนักงานขาย จะไม่เห็นวิว 360 จริง ต้องจินตนาการจากรูปตึกใกล้เคียง และ Google Maps

หลังจากเห็นวิว 360 Official จากโครงการแล้ว แอดยังคิดเห็นเหมือนเดิมไหม ?

คำตอบคือ ยังเหมือนเดิมครับ ยังคงเรียงลำดับจาก ทิศใต้ > ทิศตะวันออก > ทิศตะวันตก > ทิศเหนืออยู่ มาเริ่มเจาะลึกกันที่ทิศใต้ก่อนครับ

  1. ทิศใต้

ทิศใต้ ชั้น 16

ข้อดี

  • ได้วิวองค์พระพุทธธรรมกายเทพมงคล ตรงกับช่องแสงพอดี เป็นตึกที่ถือว่าใกล้องค์พระที่สุด และองค์พระหันหน้าเข้าหาโครงการ มีตึกสูงย่านวุฒากาศเป็น Background หลังองค์พระอีกที
  • ไม่มีตึกบล็อกวิวในระยะประชิด
  • ที่ดินเปล่าในบริเวณใกล้เคียง ไม่สามารถทำตึกสูงได้แล้ว คาดการณ์สร้างได้สูง 5 ชั้น หรือกรณีที่แย่ที่สุด คือไม่เกิน 8 ชั้น เนื่องจากข้อจำกัดความกว้างถนน

ข้อสังเกต

  • ทิศใต้ และเฉียงทางทิศตะวันตกเล็กน้อย ซึ่งทิศใต้จะเป็นทิศที่โดนแดดทั้งวัน เป็นเวลา 8 เดือนทุกปี ทำให้เป็นทิศที่แอบร้อนระดับหนึ่ง โดยที่โครงการนี้เป็นห้องตอนลึก รวมถึงมีระเบียงบางส่วน ทำให้จุดที่รับแดด จะมีแค่ช่องแสงบางกระทุ้งเท่านั้น ดังนั้นไม่ได้กระทบหนักขนาดนั้นครับ รวมถึงมีลมทิศใต้ ซึ่งเป็นลมธรรมชาติที่พัดผ่านเกือบตลอดทั้งปี ทำให้ไล่ความร้อนที่ผนังอาคารออกไปบางส่วนครับ

ข้อแนะนำ

  • เลือกชั้นกลาง ๆ ประมาณ 10-20
  • ไม่เลือกชั้นล่างเกินไป เพราะเลี่ยงความเสี่ยงจากที่ดินเปล่า และหลังคาบ้านเรือน
  • ไม่เลือกชั้นสูงเกินไป เพราะคุมราคาให้ตรงกับกำลังจ่ายของ Demand บนทำเล เวลาขายออกจะขายง่ายกว่า รวมถึงคุณภาพวิวที่ได้ชั้นสูงแทบจะไม่ต่าง หรือแย่กว่า เพราะ มององค์พระในมุมกด(องค์พระ มีความสูง 69 เมตร เทียบเท่าตึกสูง 20ชั้น)

2. ทิศตะวันออก

ทิศตะวันออก ชั้น 32

ข้อดี

  • วิวเมือง ฝั่งสาทร จะได้วิวเป็นตึกสูงจำนวนมาก
  • แดดเช้า ห้องไม่อับชื้น

ข้อสังเกต

  • มีตึก IDEO ท่าพระตั้งอยู่ไม่ไกล และตึกวางเป็นแนวขวาง ทำให้ตึกเด่นจนคุณภาพวิวเมืองนั้นเสียไปมาก ๆ
  • มีแปลงที่ดินเปล่า ที่อาจจะทำโครงการตึกสูงได้

ข้อแนะนำ

  • ควรเลือกชั้นสูงที่สุดเท่าที่ทำได้ ด้วย 2 เหตุผล คือ หนีจากระดับความสูงตึก IDEO และวิวเมืองในระยะไกล ควรจะเลือกชั้นสูงจึงจะได้วิวที่สวย
  • ชั้นที่แนะนำ 25-32 แต่ก็ค่อนข้างแพง
  • ตำแหน่งที่เลือก ควรเลือกห้องที่หนีจากฝั่ง IDEO ให้ได้มากที่สุด เช่น ตึก A ทุกตำแหน่ง หรือตึก B ตำแหน่ง 06 – 08
  • หากเป็นไปได้ควรเลือกห้องที่การจัดวางหัวเตียง หันไปในทิศที่วิวโล่ง เช่น ตึก A ตำแหน่ง 07 และตึก B ตำแหน่ง 06 (ซึ่งตำแหน่งที่แอดแนะนำในบทความที่แล้ว คือตึก B ตำแหน่ง 07 เนื่องจากหัวนอนติดบันไดหนีไฟ และเป็นกำแพงเสาโครงสร้างทั้งผืน ทำให้ไม่มีเสาโผล่เข้ามาในห้อง ภายในจะสวย ตกแต่งง่าย)
  • ในส่วนของ 2-Bedroom การจัดวางโซฟา และเตียง เมื่อรับวิวจะหันไปคนละฝั่งอยู่แล้ว ดังนั้นถ้านั่งบนโซฟาแล้วหันออกจากตึก IDEO ฝั่งห้องนอนก็จะหันเข้า IDEO ครับ ถ้าเลือก 2-Bedroom เน้นเลือก Unit Plan ที่ชอบไปเลยจะดีกว่าครับ

3. ทิศตะวันตก

ทิศตะวันตก ชั้น 8

ข้อดี

  • เหมาะสำหรับคนชอบทิศที่วิวโล่ง ๆ เป็นแนวราบ

ข้อสังเกต

  • ความร้อน
  • มีแปลงที่ดินรอพัฒนา คือ Chapter One ท่าพระ จะอยู่เยื้องไปทางซ้ายเล็กน้อย ทำให้ไม่ถือว่าโดนบล็อค แต่ก็ทำให้องศาการรับวิวถูกจำกัดให้แคบลง

ข้อแนะนำ

  • เลือกชั้นล่างถึงกลาง แนะนำชั้น 6 – 15 จะพ้นแนวหลังคาแนวราบแล้ว

4. ทิศเหนือ

ทิศเหนือ ชั้น 16

ข้อดี

  • เป็นทิศที่ไม่ร้อนเลย แต่บางคนก็จะไม่ชอบ เพราะเป็นทิศที่มีความอับชื้นที่สุด

ข้อสังเกต

  • เป็นกึ่งวิวใน สามารถรับวิวได้แค่ฝั่งซ้าย และเมื่อมองไปผ่านวิวใน จะเจอกับตึก The Privacy ท่าพระ

ข้อแนะนำ

  • เน้นเลือกชั้นล่าง เพื่อให้ได้วิวสวนส่วนกลางเพิ่มเติม

หากมองทั้งเรื่องวิว ความเสี่ยงการบล็อก ราคาต่อชั้น และ Demand ในอนาคต

แอดยังให้ ทิศใต้เป็นตัวเลือกที่สมดุลที่สุด ทั้งคุณภาพวิวและโอกาสขายต่อ

รองลงมาคือ ทิศตะวันออก สำหรับคนที่รับราคาได้สูงขึ้น และต้องการวิวเมืองระยะไกล

ส่วน ทิศตะวันตกและทิศเหนือ เหมาะกับคนที่มีโจทย์เฉพาะทาง และเข้าใจข้อจำกัดของแต่ละทิศเป็นอย่างดี

สุดท้ายแล้ว ไม่มีทิศไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน

มีแต่ “ทิศที่เหมาะกับงบ และวัตถุประสงค์ของเรา” มากที่สุดครับ